
มะเร็งธุรกิจ
โดย ศนินุช สวัสดิโกศล
มะเร็งธุรกิจ คือตัวทำลายทุกๆอย่าง ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบกับโรคมะเร็งที่เรารู้จักกันก็คงจะไม่แตกต่างกัน เท่าไหร่นัก มะเร็งคือโรคที่ทำให้คนตาย ส่วนมะเร็งธุรกิจคือโรคที่ทำให้ธุรกิจตาย มะเร็งทั้งสองตัวเกิดมาเพื่อ ทำลายเหมือนกัน สาเหตุของมะเร็งธุรกิจมักจะเกิดจากความขัดแย้ง ในองค์กรที่ลุกลามจนสามารถ ทำให้ธุรกิจของคุณอยู่ในช่วงขาลงได้โดยไม่รู้ตัว
มะเร็งธุรกิจสามารถแบ่งแยกได้หลายประเภทด้วยกันแต่เราจะอธิบายถึง หัวข้อใหญ่ๆที่มีความสัมพันธ์ กันเป็นลูกโซ่เกี่ยวกับ ประสิทธิภาพในการทำงานและระดับความสุขของพนักงานในองค์กรคือ
การหย่อนประสิทธิภาพแอบแฝง
ความขัดแย้งในสถานที่ทำงาน
ปัจจัยสำคัญอย่างแรกที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ การหย่อนประสิทธิภาพแอบแฝง ที่อยู่ในตัวบุคคล และในทุกองค์กรจนถือ ได้ว่าเป็นปกติของการทำงานแบบไทยๆ แต่ถ้าเราสามารถเรียนรู้และสามารถ บริหารจัดการกับพนักงานในองค์กรและ หยุด ความขัดแย้งในองค์กรได้ ปัญหาต่างๆก็สามารถ คลี่คลายได้เช่นกัน
เราลองมาคำนวณความเสียหายเนื่องจากองค์กรที่พนักงานทำงานไม่เต็ม ที่ว่าก่อให้เกิดความเสียหาย มากมายเพียงใด แล้วคุณจะรู้ว่าตัวเลขเหล่านั้นก็คือการสูญเสียแบบแอบแฝงที่เราคาดไม่ถึง
ตัวอย่างเช่น นายกมลเป็นคนรักฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อถึงช่วงฟุตบอลโลก พนักงานในองค์กรรู้ ว่าจะต้องทำงานกันหนักขึ้นเพื่อช่วยเก็บงานของนายกมลซึ่ง ปีนี้หนักกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา เพราะเพื่อนรักของนายกมลที่มีอาชีพรับแทงบอล ไม่สบายเข้าโรงพยาบาล และนายกมลจะต้องช่วยรับ โทรศัพท์เพื่อรับแทงบอลแทน เพื่อตอบสนองนโยบาลของรัฐบาล ที่ห้ามพนันบอล ทุกครั้งที่โทรศัพท์ มือถือดัง นายกมลจะต้องเดินออกไปคุยที่ ลานจอดรถขององค์กรซึ่งอยู่ด้านหลังของอาคาร เพื่อไม่ให้เจ้านาย หรือเพื่อนร่วมงานได้ยิน เฉลี่ยในการเดินไปลานจอดรถและพูดโทรศัพท์ แต่ละครั้ง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ในแต่ละวันนายกมลเดินไปลานจอดรถ 10-12 ครั้ง ส่วนในตอนเช้าของทุกวันนาย กมลจะมาสายประมาณ 30 นาที ส่วนตอนเย็นจะออกจากที่ทำงาน 15 นาทีก่อนงานเลิกสัปดาห์ละ 2 วัน หลายครั้งที่ลูกค้าโทรศัพท์เข้ามาติดต่อแต่ไม่พบนายกมล เพราะกลับบ้านไปแล้ว และตอนเช้ากว่าจะเข้ามา ถึงที่ทำงานก็สาย 30 นาทีทุกวัน ทางองค์กรเสียลูกค้าสำคัญหลายราย รวมทั้งเพื่อนร่วมงานเริ่ม เบื่อพฤติกรรมของนายกมล งานของนายกมลนั้นจะต้องทำให้เสร็จ ก่อนเพราะเป็นขั้นตอนแรกจาก นั้นถึงจะส่งไปแผนกอื่นต่อไป เป็นเหตุให้งานขององค์กรล่าช้าและเสียเปรียบคู่แข่งขัน
วิธีคำนวณความเสียหายที่เรียกกันว่าค่าความบกพร่องหรือค่าของการหย่อนประสิทธิภาพ ในกรณีที่นายกมลได้เงินเดือนๆละ 19,200 บาท (เพื่อให้ง่ายแก้การคำนวณตัวอย่าง ใช้การทำงานวันละ 8 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน เดือนละ 4 สัปดาห์ซึงเท่ากับทำงาน 20 วันต่อเดือน) ฉะนั้นค่าแรงนายกมลเท่ากับ นาทีละ 2 บาท
รับโทรศัพท์ 12 ครั้งๆละ 15 นาที = 180 นาที/วัน ทำงาน 20 วันต่อเดือน= 3,600 นาที/เดือน
มาสาย 30 นาทีทุกวัน ทำงาน 20 วันต่อเดือน= 600 นาที/เดือน
กลับก่อน 15 นาทีสัปดาห์ละ 2 วัน = 120 นาที/เดือน
รวมค่าความบกพร่องหรือค่าของการหย่อนประสิทธิภาพ = 4,320 นาทีหรือ = 8,640 บาท/เดือน
|
จะเห็นได้ว่าเงินเดือนของนายกมล 19,200 บาท มีค่าความบกพร่องหรือค่า ของการหย่อนประสิทธิภาพถึง 8,640 บาท/เดือน นายกมลทำงานเพียง 10,560 บาทขณะที่รับเงินเดือนเต็ม 19,200 บาท ค่าความบกพร่อง หรือค่าของการหย่อนประสิทธิภาพในการทำงานของนายกมลมีสูงถึง 45% ของอัตราเงินเดือน ซึ่งนับได้ว่า เป็นมะเร็งขั้นวิกฤตทีเดียว ถ้าจะปล่อยไว้โดยไม่แก้ไขก็อาจจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีและลามไปสู่ พนักงานคนอื่นๆให้ทำตามได้ ฉะนั้นความเสียหายขององค์กรที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะมองข้ามไป

นี่คือความเสียหายของพนักงานเพียงหนึ่งคนเท่านั้น ถ้าจะต้องคำนวณถึงค่าความบกพร่องหรือค่า ของการหย่อนประสิทธิภาพของพนักงานทั้งองค์กร ตัวเลขที่ออกมาอาจจะทำให้เจ้าของกิจการล้ม ทั้งยืนได้ทีเดียว ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กรคงไม่มีทางที่จะเต็มร้อย แต่เราจะต้อง บริหารจัดการ ให้พนักงานในองค์กรทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนั้น การหย่อนประสิทธิภาพแอบแฝง ยังเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพนักงาน โดยเฉพาะ พนักงานที่ต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นๆ พวกเขาจะเริ่มเห็นความเหลื่อมล้ำได้เปรียบเสียเปรียบ ในการทำงานของเพื่อนร่วมงาน ส่วนใหญ่ความขัดแย้งในองค์กรมักเริ่มจากประเด็นเล็กๆ เช่น ความคิดหรือทัศนคติที่ไม่เห็นพ้องต้องกัน ไม่ว่าจะเป็นด้วยเรื่องศาสนา การเมืองหรือแม้แต่เรื่องส่วนตัวก็ตาม ความรู้สึกที่สวนทางกันนั้นจะเริ่มสะสมขึ้นทีละนิดและระเบิดออกมาเมื่อความรู้สึกนั้นมีมากขึ้นจนไม่สามารถ ควบคุมได้หรือเมื่อมีการจุดชนวนด้วยความคิดหรือการกระทำของฝ่ายตรงข้าม

Dr. Daniel Danaได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับความขัดแย้งชื่อ Conflict Resolution ซึ่งเป็นหนังสือที่ ได้มีการแปลถึง 8 ภาษาทั่วโลก สำหรับภาษาไทยใช้ชื่อ กลยุทธ์ หยุด ความขัดแย้ง Dr. Daniel Dana ได้กล่าวถึงความขัดแย้งในรูปแบบต่างๆ การแก้ปัญหาความขัดแย้ง การไกล่เกลี่ย การไกล่เกลี่ยเชิงป้องกัน รวมทั้งความเสียหาย 8 ประการเนื่องจากความขัดแย้งในองค์กรที่ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองค่าใช่จ่าย คือเงินไหลออกจากองค์กรได้หลายรูปแบบเช่น
1. สูญเสียเวลา : ความขัดแย้ง ยังทำให้สูญเสียเวลาที่มีค่าในทางอื่นอีก แล้วเวลาที่ พนักงาน ใช้ไปกับการเสียอารมณ์ในเรื่องที่ขัดแย้งกัน โดยที่พวกเขานั่ง คิด ที่จะ แก้แค้นเพื่อชัยชนะ นั่นก็คือความสูญเสียขององค์กร
2. การตัดสินใจไม่ดี : เมื่อพนักงานมีทัศนคติที่แตกต่างกัน การตัดสินใจในแต่ละเรื่องจะต้องคำนึง ถึงปัจจัยกลุ่มเพิ่มขึ้น ฉะนั้นผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีที่สุดขององค์กรทำให้เกิดการสูญเสีย
3. สูญเสียพนักงาน : เมื่อในองค์กรมีความขัดแย้งที่เรื้อรัง พนักงานที่ถูกเอาเปรียบมักจะหมดความ อดทนจนต้องออกจากองค์กรทั้งที่สมัครใจหรือถูกกลั่นแกล้ง ทำให้องค์กรเสียค่าใช้จ่ายในการหาพนักงานใหม่ อบรม ฝึกงาน และการทำงานก็จะสะดุดจนกว่าพนักงานใหม่จะพร้อม
4. การปรับโครงสร้างโดยไม่จำเป็น : เมื่อในองค์กรมีความขัดแย้งที่ยากที่จะแก้ไขคุณจำเป็นจะต้องมี การปรับโครงสร้าง เพื่อความสงบสุขในองค์กร ไม่ว่าจะ ปรับโครงสร้าง แบบใดก็ตามองค์กรจะต้อง เสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
5. การกลั่นแกล้ง ลักขโมย ทำให้เสียหาย : เมื่อในองค์กรมีความขัดแย้งพนักงานมักจะกลั่นแกล้ง กันทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรและพนักงาน
6. แรงจูงใจในการทำงานลดน้อยลง : เมื่อในองค์กรมีความขัดแย้งพนักงานก็จะ เกิดการเบื่อหน่ายและไม่มีความสุขในการทำงาน ทำให้เกิดการหย่อนประสิทธิภาพแอบแฝง
7. เสียเวลาในการทำงาน : เมื่อในองค์กรมีความขัดแย้งจนคนในองค์กรต้องมีปากมีเสียงและปะคารมกัน อยู่เป็นกิจวัตรก็จะทำให้พนักงานเสียเวลาและมี การขาดงานบ่อยๆ ส่วนใหญ่ มักจะเกี่ยวเนื่อง มา จากความเครียดในงาน โดยเฉพาะความเครียดที่เกิดจากความขัดแย้งเรื้อรังกับเพื่อน ร่วมงาน
8. เสียค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ : เมื่อในองค์กรมีความขัดแย้งจนกลายเป็นความเครียดที่เรื้อรัง สุขภาพของ พนักงานก็จะเสื่อมโทรมดังที่รู้กันอยู่ว่าการเจ็บป่วยทางกายมักเป็นผล ต่อเนื่องมาจากสุขภาพจิตที่ไม่แข็งแรง หรือมีความเครียด เช่น ปวดหัว ท้องเสีย แขนขาชา และโรคอื่นๆอีกมากมาย เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ที่เสียหายมาก ที่สุดก็คือองค์กร
คุณลองคิดดูแล้วกันว่าแค่นายกมลเพียงคนเดียวมีค่าความบกพร่องหรือค่าของการหย่อน ประสิทธิภาพ เท่าไหร่ จากนั้นเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นคุณจะต้องบวกค่าความเสียหายจากข้อ 1-8 ข้างต้นอีก ฉะนั้นจำเป็นที่ องค์กรจะต้องกำจัดความขัดแย้งออกไปให้เร็วที่สุดเพื่อรักษาสถานภาพขององค์กร ส่วนจะใช้กลยุทธ์ใดในการ หยุดความขัดแย้งหรือจะป้องกันอย่างไรก็คง ต้องหาวิธีที่จะรักษามะเร็งธุรกิจก่อนที่จะสายเกินแก้
|